วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ผู้จัดทำ

จัดทำโดย


นางสาว ละอองดาว  มามาศ


ชั้นมัธยมศึกษาปีที่   6/6  เลขที่  14 


เสนอ


อาจารย์  ศุภสัณห์   แก้วสำราญ


รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาการสืบค้น


ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต


ภาคเรียนที่ 1  ปีการศึกษา 2558

  

โรงเรียนเมืองกระบี่


การถือศีลอด


การถือศีลอด มาจากภาษาอาหรับว่า "อัศ-เศาม" หรือ "อัศ-ศิยาม" ในทางภาษาหมายถึง การละ การงด การระงับยับยั้ง การควบคุม ครองตน เช่น การละความชั่ว ยับยั้ง สิ่งต่างๆ ที่เกิดจากอารมณ์ฝ่ายต่ำ ส่วนความหมายในทางศาสนา หมายถึง การละเว้นการบริโภคอาหาร เครื่องดื่ม การร่วมสังวาส

ระหว่างรุ่งสาง จนตะวันลับขอบฟ้า งดเว้นการพูดจาโกหก เหลวไหล ไร้สาระ เว้นจากการประพฤติชั่ว ทั้งโดยลับ และเปิดเผย ถือปฏิบัติตามแบบอย่างที่ท่านศาสดามุฮัมหมัด (ซ .ล.) ได้ทรงกำหนดไว้โดยให้ควบคุม พร้อมทั้งมือ เท้า หู ตา ใจ ลิ้น และอวัยวะทุกส่วน มิให้ใช้ไปในทางไร้สาระ โองการในอัลกุรอาน มีปรากฏว่า โอ้ บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย การถือศีลอดนั้น ได้ถูกกำหนดแก่สูเจ้าดั่งที่ได้ถูกกำหนด แก่เขาเหล่านั้น ก่อนหน้าสู เจ้ามาแล้ว เพื่อว่าสูเจ้าจะได้สำรวมตนจากความชั่ว
จากโองการนี้แสดงว่า การถือศีลอดนั้น ได้เคยมีมาแล้วใน ประชาชาติก่อนๆ เราได้ทราบจากประวัติศาสตร์ว่า ชาวอียิปต์โบราณนิยมถือศีลอด กันมาเป็นประจำ ต่อมาแพร่หลาย ไปยัง ชาวกรีกและโรมัน โดยเฉพาะชาวกรีก ยังได้นำการถือศีลอดนี้ ไปใช้เป็นบทบังคับสตรี และชาวอินเดียยังคงนิยม การถือศีลอด ตราบเท่าทุกวันนี้ ท่านนบีมูซาศาสดาของ ชาวยิวได้ถือศีลอดเป็นเวลา 40 วัน ชาวยิวถือศีลอดเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อระลึกถึงวันที่กรุงยะรุสลิม (เยรูซาเล็ม) ได้ถูกทำลายโดยกษัตริย์บาบิโลน ก่อน ค.ศ. 587 และถูกทำลายซ้ำ โดยชาวโรมันใน ค.ศ.70 การถือศีลอดได้ปฏิบัติกันมาในรูปแบบต่างๆ กัน บางพวกอดอาหารตลอดวัน บางพวกงดเพียงครึ่งวัน บางพวกบริโภคอาหารหนัก แต่ไม่ดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มอื่นๆ และบางพวกงดบริโภคเนื้อสัตว์

แต่สำหรับอิสลาม การถือศีลอด คือ การอดอาหารเครื่องดื่ม การเสพเมถุน อดกลั้นทำความชั่วทุกชนิด แม้เพียงนึกคิด ตั้งแต่รุ่งสางจนตะวันลับขอบฟ้าในเดือนรอมฎอน (เดือนที่ 9 ตามปฏิทินทางจันทรคติของอิสลาม) ของทุกปี เป็นเวลาประมาณ 29 ถึง 30 วัน บทบัญญัตินี้ ถูกกำหนดบังคับใช้สำหรับมุสลิมทุกคน ซึ่งถูกบัญญัติ ใน เดือน ซะอบาน (เดือนที่ 8) หลังจาก ท่านศาสดามุฮัมหมัด (ซ.ล.) อพยพจาก มักกะฮสู่มาดีนะฮได้ 2 ปี (ปีฮิจเราฮที่ 2) และได้ ปฏิบัติกันมาจนตราบเท่า ทุกวันนี้ การถือศีลอดเป็นการทดลอง และฝึกหัดร่างกาย ให้รู้จักอดกลั้น ให้รู้จักสภาพอันแท้จริงของผู้ที่อัตคัดขัดสน ทำให้เกิดความเห็นอกเห็นใจกัน เป็นการ ขัดเกลาจิตใจ ให้บริสุทธิ์ผ่องแผ้วพ้นจากอำนาจ ใฝ่ต่ำ และมีคุณธรรม

ประเภทของศีลอด




ประเภทที่จำเป็นต้องถือศีลอดติดต่อกัน เช่น การถือศีลอดในเราะมะฎอน การถือศีลอดเป็นค่าปรับ กรณีฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา (คือ 2 เดือนติดต่อกัน) การถือศีลอดเนื่องจากการหย่าแบบซิฮาร การถือศีลอดเพื่อเป็นค่าปรับกรณีร่วมประเวณีในตอนกลางวันของเราะมะฎอน และการถือศีลอดเนื่องจากการบนบานซึ่งระบุการติดต่ออยู่ในการบนบานนั้นด้วย 
      ประเภทต่อมา ก็คือไม่จำเป็นต้องถือในวันที่ติดต่อกัน เช่นการถือศีลอดชดใช้ของเราะมะฎอน การถือศีลอด 10 วัน ของผู้ทำฮัจญ์ ที่ไม่เชือดสัตว์ การถือศีลอดเนื่องจากการละเมิด คำสาบานที่ไม่ได้ระบุเงื่อนไข และการถือศีลอดเนื่องจากละเมิดข้อห้ามขณะครองอิหฺรอม เป็นต้น 

      ประเภทต่อมาก็คือ การถือศีลอดที่เป็นความสมัครใจ (ซุนนะฮฺต่าง ๆ ) เช่น ศีลอดในวันจันทร์และพฤหัสบดี และทุกวันที่ 13,14 และ 15 ของเดือน ศีลอดวันอาซูรอ ศีลอดวันอะรอฟะฮฺ ศีลอด 7 วันในเดือนเชาวาล และศีลอดในช่วงเดือน มุหัรรอมและเดือนชะอฺบาน ซึ่งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม มักถือหลายวันด้วยกัน 

      วันที่หลักฐานห้ามถือศีลอดก็คือ เช่น กรณีการเจาะจงถือศีลอดเฉพาะวันศุกร์ หรือวันเสาร์เพียงวันเดียว โดยไม่มีเหตุผลที่ศาสนาอนุโลม การถือศีลอดทุกวันตลอดชีวิต การถือศีลอดที่ถือติดต่อกันเป็นเวลาหลายวันโดยที่ไม่ยอมละศีลอด หรือทานอาหารใด ๆ เลยระหว่างนั้น ศีลอดในวันอีดทั้ง 2 และการถือศีลอดในวันตัชรีก (คือวันที่ 11, 12, 13 ของเดือนซุลหิจญะฮฺ) 

วิธีต้อนรับรอมาฏอน


ขอความสุขสวัสดี ความกรุณาปรานีจากอัลลอฮฺ   จงประสบแด่บรรดาพี่น้องผู้ศรัทธา ที่เคารพรักทุกท่าน อัลฮัมดูลิลลาฮ์ วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่เรามาร่วมกัน ปฏิบัติภารกิจทางศาสนาเป็นประจำทุกๆ วันศุกร์คือการละหมาดฟัรดูวันศุกร์ ซึ่งวันนี้ในปฏิทินอิสลาม ได้เข้าสู่เดือนชะห์บาน หลายคนได้ทำการถือศีลอดซุนนะฮ์ ในเดือนที่ผ่านมามีเหตุการณ์สำคัญนั่นคือ ค่ำวันที่ 26 รอญับ เป็นคืนอิสรออฺและเมี๊ยะราจ ได้มีการนำมาพูดให้บรรดาญาติพี่น้องและลูกหลานของเรา ได้รับฟังเรื่องราวในประวัติศาสตร์ไปแล้ว บัดนี้เราได้ใช้ชีวิตในช่วงเดือนชะห์บาน นั่นหมายความว่า อีกไม่ถึงเดือนเราคงได้ใช้ชีวิดในเดือนรอมาฏอน
ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของผู้ศรัทธาที่มีอัลลอฮ์อยู่ ในหัวใจ มีวันกิยามะฮ์เป็นวันแห่งการตอบแทน มีโลกอาคีเราะฮ์เป็นโลกที่ถาวร จำเป็นต่อผู้ศรัทธาที่จะต้องต้อนรับรอมาฏอนอย่างถูกวิธี เราเหลือเวลาอีกไม่มากนัก ที่จะถึงเดือนอันยิ่งใหญ่ เดือนที่ประเสริฐที่สุด มีนักวิชาการได้พยายามค้นหาข้อมูลเพื่อเตรียมต้อนรับรอมาฏอนไว้มากมาย หนึ่งในบรรดานักวิชาการ เขาให้พี่น้องผู้ศรัทธาเตรียมการต้อนรับเดือนรอมดอนที่จะมาถึง ดังนี้ 
เดือนรอมาฏอนที่จะมาถึง เราต้อนรับเดือนรอมาฏอนอย่างไร ? เดือนรอมาฏอนมีความสำคัญอย่างไร ?
( إِذَا جَاءَ رَمَضَانُ فُتِّحَتْ أَبْوَابُ الْجَنَّة وَأُغْلِقَتْ أَبْوَابُ النَّارِ وَصُفِّدَتِ الشَّيَاطِيْنُ )
เมื่อเดือนรอมาฏอนมาถึง ประตูต่างๆของสวรรค์ก็ถูกเปิด และประตูต่างๆของนรกก็ถูกปิด และบรรดาชัยฏอนก็ถูกพันธนาการไว้” (บันทึกโดยอัลบุคอรียฺและมุสลิม)
ท่านมีความรู้สึก ต่อเดือนรอมาฏอนอย่างไร 
เมื่อท่านนบีมุฮัมมัดได้ก้าวขึ้นบน มิมบัรท่านได้กล่าวว่า อามีน อามีน อามีนมีผู้ถามว่า โอ้ท่านร่อซูลุลลอฮ์ แท้จริงเมื่อท่านได้ก้าวขึ้นมิมบัร ท่านได้กล่าวว่า อามีน อามีน    อามีนท่านร่อซูลุลลอฮ์ ตอบว่า
( إِنَّ جِبْرَائِيْلَ أَتَانِيْ فَقَالَ : مَنْ أَدْرَكَ شَهْرَ رَمَضَانَ فَلَمْ يُغْفَرْ لَهُ فَدَخَلَ النَّارَ فَأَبْعَدَهُ اللهُ . قُلْ : آمِيْنَ ، فَقُلْتُ : آمِيْنَ ... )
แท้จริงญิบรออีล ได้มาหาฉัน (ขณะนั้น) แล้วกล่าว ว่า ผู้ใดเข้าสู่เดือนรอมดอน แล้วเขาไม่ได้รับการอภัยโทษ เขาเข้าสู่ไฟนรก ขอให้เขาห่างไกลจากความเมตตาของพระองค์ ท่านจงกล่าวว่า อามีน แล้วฉันก็กล่าวว่า อามีน” (บันทึกโดย อะหมัด และอัลบัยฮะกีย์)
สังคมมองเดือนรอมาฏอนอย่างไร 
﴿ شَهْرُ رَمَضَانَ الَّذِي أُنزِلَ فِيهِ الْقُرْآنُ هُدًى لِّلنَّاسِ وَبَيِّنَاتٍ مِّنَ الهُدَى وَالْفُرْقَانِ ، فَمَن شَهِدَ مِنكُمُ الشَّهْرَ فَلْيَصُمْهُ ﴾

เดือนรอมาฏอนนั้น เป็นเดือนที่อัลกุรอาน ถูกประทานลงมาในฐานะเป็นข้อแนะนำสำหรับมนุษย์ และเป็นหลักฐานอันชัดเจนเกี่ยวกับข้อแนะนำนั้น และเกี่ยวกับสิ่งที่จำแนกระหว่างความจริงกับความเท็จ ดังนั้น ผู้ใดในหมู่พวกเจ้าเข้าอยู่ในเดือนนั้นแล้ว ก็จงถือศีลอดในเดือนนั้นเถิด” (บะเกาะเราะฮฺ 185)

การถือศีลอดในเดือนรอมาฎอน

   “บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย  การถือศีลอดได้ถูกกำหนดเหนือบรรดาสูเจ้าแล้ว เช่นเดียวกับที่ได้ถูกกำหนดเหนือบรรดาปวงชนก่อนสูเจ้า เพื่อว่าสูเจ้าจะได้หวั่นเกรงความชั่ว...”(อัลบะกอเราะฮฺ : 183)
 
ผู้ที่จำเป็นต้อง ถือศีลอด มีกฎเกณฑ์ 5 ประการ
1.       ต้องเป็นมุสลิม
2.       มีอายุครบกำหนดตามศาสนบัญญัติ
3.       มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์  ไม่วิกลจริต

4.       มีร่างกายแข็งแรง สามารถถือศีลอดได้ตลอดทั้งวัน
ขั้นตอนปฎิบัติการถือศีลอด
 1.       ต้องตั้งเจตนา (เนียต) ในการถือศีลอดทุกๆคืนระหว่างดวงอาทิตย์ตกจนถึงแสงอรุณขึ้น โดยอ่านและเนียต ดังนี้
นาวัยตูเซามาฆ่อดิน อันอาด้าอี ฟัรดีชะฮฺรีรอมาฎอน ฮาซี่ฮิซซานาตี ลิ้ลลาฮีตาอ้าลา
เนียตว่า   “ข้าพเจ้าถือศีลอดในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเป็นฟัรฎูเดือนรอมาฎอนในปีนี้ เพื่ออัลเลาะฮฺตะอาลา” 

2.       ต้องอดกลั้นต่อบรรดาการกระทำต่างๆ ซึ่งเป็นข้อห้ามที่จะทำให้เสียศีลอด
ข้อห้ามขณะ ถือศีลอด
1.       ห้ามรับประทานหรือดื่ม รวมทั้งการสูบบุหรี่ด้วยโดยเจตนา
2.       ห้ามร่วมประเวณี หรือทำให้อสุจิออกมาโดยเจตนา
3.       ห้ามทำให้อาเจียนโดยเจตนา
4.       ห้ามเอาสิ่งใดเข้าไปจนลึกเกินบริเวณภายนอกในอวัยวะที่เป็นรู เช่น ปาก จมูก โดยเจตนา

ข้อห้ามเหล่านี้ ห้ามเฉพาะเวลากลางวันเท่านั้น ส่วนน้ำลายในปากกลืนได้ไม่ห้าม
สิ่งที่ทำให้เสีย ศีลอด
1.       กระทำอย่างหนึ่งอย่างใดจากข้อห้าม 4 ข้อที่กล่าวมาแล้ว
2.       เสียสติ  เป็นลม หรือปราศจากความรู้สึกผิดชอบ
3.       มีประจำเดือนหรือเลือดหลังการคลอดบุตร
4.       หลุดพ้นจากศาสนาอิสลาม (ตกมุรตัร)

การเหนีต คำเนียตถือศีลอด

ผู้ที่เสียศีลอด ต้องถือศีลอดชดใช้ในภายหลัง
การถือศีลอดให้เนียตในเวลากลางคืน ก่อนแสงอรุณขึ้น

สิ่งที่ทำให้เสียศีลอด

      หมายถึง ผู้ถือศีลอดคนใดคนหนึ่งได้กระทำในสิ่งดังต่อไปนี้ถือว่า ศีลอดของเขาเสียทันที่ และจะต้องถือศีลอดชดใช้ภายหลังจากเดือนร่อมะฎอนได้ผ่านพ้นไปแล้ว สิ่งที่ทำให้ศีลอดเสียมี ๑๐ ประการดังต่อไปนี้ 
        1. ตั้งใจกิน ไม่ว่าจะมีปริมาณมากหรือน้อยก็ตาม 
        2. ตั้งใจดื่ม ไม่ว่าจะมีปริมาณมากหรือน้อยก็ตาม 

        3. ร่วมประเวณี ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง 

        4. ตามทัศนะของชีอะหฺ เจตนากล่าวเท็จที่พาดพิงไปยังอัลลอหฺ ท่านศาสดา บรรดาอิมามมะอฺศูม รวมถึงท่านหญิงฟาฏิมะหฺ (อ) และบรรดาศาสดาทั้งหลาย เช่นกล่าวว่า อัลลอหฺตรัสว่า..ซึ่งไม่มีอยู่ในอัลกุรอาน..หรือกล่าวว่า ท่านศาสดา หรือบรรดาอิมามมะอฺศูมสั่งให้ทำ...ซึ่งไม่มีอยู่จริงและไม่มีหลักฐานยืนยันคำพูดนั้น 

        5. ตั้งใจดำน้ำโดยให้ศีรษะทั้งหมดอยู่ใต้น้ำ 

        6. ตั้งใจให้ฝุ่นละออง หรือควัน หรือไอน้ำที่มีจำนวนมากเข้าไปในลำคอ 

        7.. ตั้งใจคงสภาพการมีญุนุบ (หมายถึงภายหลังจากได้ร่วมหลับนอนกับภรรยา หรือหลังจากที่อสุจิได้เคลื่อนออกมาแล้วยังไม่ได้อาบน้ำตามศาสนบัญญัติ) หรือแม้แต่จะไม่ตั้งใจคงสภาพดังกล่าวแต่เป็นเพราะหลงลืมถือว่าศีลอดเสียและต้องถือศีลอดชดใช้ภายหลัง 

        8. การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง ไม่ว่าชายหรือหญิง 

        9. การสวนทวารด้วยของเหลวทุกชนิด 

        10. การตั้งใจอาเจียน 


ข้อควรปฎิบัติต่างๆในการถือศีลอด



·         การรีบในการละศีลอด หลังจากรู้แน่ชัดว่าดวงอาทิตย์ตกแล้ว เรื่องนี้มีอัลหะดีษกล่าวว่าผู้คนจะยังอยู่ในความดีงาม ตราบที่พวกเขารีบเร่งในการละศีลอด
·         ละศีลอดด้วย อินผลัมสด หรืออินผลัมแห้ง หรือน้ำ โดยทั้งสามสิ่งมีคุณค่าลดหลั่นกันตามลำดับ
·         กล่าวดุอาอ์ขณะละศีลอดว่า ‏‏ ذَهَبَ الظَّمَأُ وَابْتَلَّتْ الْعُرُوقُ وَثَبَتَ الْأَجْرُ إِنْ شَاءَ اللَّهُ
·         กินอาหารสะหูร ซึ่งหมายถึงการกินและดื่มในช่วงท้ายของคืนเพื่อเตรียมถือศีลอด

·         ล่าช้าในการกินอาหารสะหูร จนถึงตอนท้ายสุดของกลางคืน